bg-head-3

ข่าวสาร

ไทย จีน ถักทอมิตรภาพผ่าน “ศิลปวัฒนธรรม"

 

          ความสัมพันธ์ไทย จีน ครั้งที่ 4 ถักทอมิตรภาพผ่าน “ศิลปวัฒนธรรม” ภารกิจเพื่อชาติ ความภาคภูมิใจของ"มศว"

          มายากลชุดแล้วชุดเล่า ของนักแสดงจากมณฑลเหอเป่ย สาธารณรัฐประชาชนจีน เรียกเสียงปรบมือและความสุขจากผู้ชมที่มาร่วมชมการแสดงในโครงการมหกรรมศิลปวัฒนธรรมไทย – จีน ปี 2560 จัดขึ้นเป็นปีที่ 4 แล้ว โดยมีความร่วมมือระหว่าง คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว)กับศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน ซึ่งมีข้อตกลงความร่วมมือกันมาตั้งแต่ปี 2555 มาถึงวันนี้เป็นปีที่ 5 แล้ว การใช้สื่อทางศิลปวัฒนธรรม เป็นตัวกลาง ในการสร้าง “มิตรภาพ ไมตรี” ต่อกันนั้น สามารถเข้าถึงจิตใจ ความคิด ความรู้สึก ของสองประเทศอย่างไทยและจีนเป็นอย่างดีเยี่ยม

          ผศ.ดร. รวิวรรณ วรรณวิไชย คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มศว บอกเล่าว่า ในฐานะที่มศวเป็นสถาบันการศึกษา การทำงานด้านศิลปวัฒนธรรมกับสาธารณรัฐประชาชนจีนนั้น ถือว่า เราโชคดีและได้รับประโยชน์มาก เพราะนิสิต ครูอาจารย์ นักวิจัยสามารถเปิดมุมมองใหม่ๆ ผ่านงานการแสดง ผ่านศิลปวัฒนธรรมของหลายๆ มณฑลของจีน ขณะเดียวกันการเชื่อมโลกเข้าหากันโดยผ่านงาน ศิลปวัฒนธรรมนั้น เป็นสิ่งที่พึงกระทำอย่างยิ่ง เพราะเป็นการเรียนรู้ผู้คน ความคิด ความรู้สึก นิสัยใจคอของกันและและกันได้เป็นอย่างดี และก็จะก้าวไปสู่การเชื่อมความสัมพันธ์ด้านอื่นๆ

          ตัวแทนจากจีน อย่าง คุณ หลาน ซู หง ผอ. ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีนณ กรุงเทพมหานคร เธอมาอยู่ประเทศไทยหลายปีและเริ่มพูดไทยได้บ้าง บอกว่า จีนนั้นให้ความสำคัญอย่างมากกับศิลปวัฒนธรรมของตัวเองและของเพื่อนบ้านอย่างไทย ในประเทศไทยมีคนจีนพำนักอยู่ไม่น้อยเลย เราเป็นเสมือนพี่น้องกัน การจะเป็นพี่น้องกันได้นั้น สำคัญคือเราต้องรู้จักและเข้าใจกัน อันจะนำพามาซึ่งความรัก และไมตรีจิตที่จะมีให้กันต่อไป ความร่วมมือที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน ทำร่วมกับมศว เราพบว่า มีความก้าวหน้า มีการพัฒนา และเห็นถึงประโยชน์ที่ทั้งสองประเทศจะได้รับมากมาย ตลอดเวลา 5 ปีที่ร่วมกันทำงาน เราพอใจมากๆ

 

          นางสาว ยลรวี ฉัตรศิริเวช “ลูกปัด”นิสิตชั้นปีที่ 4 สาขาศิลปะการแสดง-นาฏศิลป์ไทย คณะศิลปกรรมศาสตร์ มศว บอกเล่าความรู้สึก เป็นตัวแทนของคณะแสดง 2 ชุดการแสดงคือ ชุดปูรณฆฏะ เป็นระบำที่นำเสนอถึงลวดลายพุทธศิลป์ตามพระพุทธศาสนามี 3 ลวดลาย ได้แก่ลายต้นโพธิ์ ลายดอกมณฑาระ และลายดอกบัว ที่รวมเป็นศรัทธาของมนุษย์เพื่อการบูชา โดยมีรูปแบบเป็นการแสดงนาฏศิลป์พื้นบ้านภาคเหนือ และ ชุดหัวใจไทดำ ได้แรงบันดาลใจจากตุ้มนกตุ้มหนู เป็นเครื่องรางแทนสัญลักษณ์ไทดำทั้ง4ด้าน ได้แก่คนไทดำ วัฒนธรรมประเพณี ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และการเป็นผู้มีน้ำใจ ซึ่งเป็นสิ่งหนึ่งที่หลอมรวมอัตลักษณ์ชาติพันธุ์ไทดำให้คงอยู่

 

          “โครงการแลกเปลี่ยนมหกรรมศิลปวัฒนธรรมไทย – จีน เป็นกิจกรมที่ดีมากต้องขอขอบพระคุณทางศูนย์วัฒนธรรมจีนแห่งประเทศไทย และคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ที่ทำให้เราได้เรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมของประเทศจีน และเป็นประสบการณ์ดีๆในการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมของไทย ซึ่งเป็นโอกาสดีที่ได้เผยแพร่รูปแบบการแสดงพื้นบ้านของไทยซึ่งเป็นผลงานสร้างสรรค์ในระดับอุดมศึกษา”

 

           ด้านนิสิตชั้นปีที่ 1 อย่าง “มาย” นางสาวศศิพร  วชิระวัชระ นิสิตชั้นปีที่ 1 สาขานาฏศิลป์ (กศ.บ.) คณะศิลปกรรมศาสตร์ มศวเธอมาในชุดการแสดง “ระบำย่องหงิด” เป็นการแสดงที่อยู่ในละคร เรื่องอุณรุท เป็นระบำที่มีกระบวนท่ารำที่งดงามและมีการแปรแถวที่สอดประสานกันได้อย่างกลมกลืน ตามรูปแบบนาฏศิลป์ไทย ท่วงท่าต่างๆ มีลีลางดงามตามคำร้องและทำนองเพลง ลักษณะการแสดงเป็นการรำเป็นหมู่คู่ๆ ระหว่างพระนาง

 

          “โครงการแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมไทย จีน มีประโยชน์มากค่ะกับตัวเราเอง ทำให้เรามีประสบการณ์ที่มากขึ้น สามารถนำมาพัฒนาการเรียนได้อย่างมาก และสิ่งสำคัญยังสามารถสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับประเทศมหาอำนาจอย่างจีนได้อีกด้วยค่ะ ในฐานะที่เรียนครู จำนำประสบการณ์ที่ได้รับไปสอนนักเรียนในวันข้างหน้าอีกด้วย”

 

           การแสดงของสองประเทศจบลง ด้วยไมตรีจิตที่ดีต่อกัน เห็นรอบยิ้มจากตัวแทนของสถาบันการศึกษาอย่างมศว และศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน ณ กรุงเทพมหานครที่ ช่างเป็นรอยยิ้มที่ “อิ่มสุข” นี่คืออีกนิมิตรหมายที่ดีในการใช้ศิลปวัฒนธรรมประจำชาติตัวเอง “ถักทอมิตรภาพให้แก่กัน” สืบต่อไป

 

 

ที่มา : คม ชัด ลึก