bg-head-3

บทความ

จีนศึกษา วันที่ 3 ก.พ.2561 เรื่อง "ขอนำเสนอบทวิเคราะห์เกี่ยวกับบทบาทของจีนต่อความร่วมมืออย่างเต็มที่ในการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (Regional Comprehensive Economic Partnership : RCEP) ตอนที่ 1" โดย พันเอก ไชยสิทธิ์ ตันตยกุล

จีนศึกษา (วันเสาร์ที่ ๓ ก.พ.๖๑) ขอนำเสนอบทวิเคราะห์เกี่ยวกับบทบาทของจีนต่อความร่วมมืออย่างเต็มที่ในการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (Regional Comprehensive Economic Partnership : RCEP) ตอนที่ ๑ ว่าด้วยท่าทีของจีน ที่มุ่งให้บรรลุผลโดยเร็ว ซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้

 

๑. เมื่อวันที่ ๓๐ ม.ค.๖๑ หัว ชุนหยิง โฆษกกระทรวงต่างประเทศ ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า 

      ๑.๑ จีนยินดีที่จะเพิ่มการติดต่อและประสานงานกับฝ่ายต่างๆ ซึ่งรวมถึงสิงคโปร์ในฐานะประธานอาเซียน ปี ๒๐๑๘ (พ.ศ.๒๕๖๑) ด้วย ในการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว เพื่อสร้างคุณูปการและความเป็นหนึ่งเดียวของเศรษฐกิจระดับภูมิภาค 

      ๑.๒ โดยจีนได้สังเกตเห็นท่าทีที่ยินดีของทางการสิงคโปร์แล้ว และการเจรจานี้เป็นการเจรจาเพื่อสร้างเขตการค้าเสรีที่สำคัญ และถ้าทำได้สำเร็จ จะกลายเป็นเขตการค้าเสรีที่ครอบคลุมประชากรมากที่สุด และเป็นเขตที่รวมประเทศภาคีอันหลากหลายและมีพลังสูงสุดของโลก 

      ๑.๓ การเร่งกระบวนการเจรจาจะมีส่วนช่วยเพิ่มความมั่นใจในเศรษฐกิจภูมิภาคและโลก และเป็นผลดีต่อการเร่งสร้างเขตการค้าเสรีเอเชีย-แปซิฟิก

 

๒. ข้อสังเกต RCEP เป็นกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่าง ASEAN ๑๐ ประเทศกับคู่ภาคี ซึ่งในปัจจุบันมี ๖ ประเทศ คือ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ทั้งนี้ RCEP พัฒนามาจาก ASEAN+1 โดยที่การเจรจาในกรอบ RCEP ได้เริ่มขึ้นตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปี ๒๐๑๒ (พ.ศ.๒๕๕๕) มีความมุ่งหมายให้เกิดระบบการค้าเสรีที่ใช้กฎระเบียบเดียวกันของภาคีทั้งหมด ๑๖ ประเทศ เพื่อเชื่อมโยงเศรษฐกิจของอาเซียนเข้ากับเศรษฐกิจโลก (Global Supply Chain) ส่วนเป้าหมายที่สำคัญของ RCEP คือ

      ๒.๑ สร้างความร่วมมืออย่างคลอบคลุมทุกมิติที่กว้างขึ้น เช่น รายการสินค้าจากเคยลดรวม ๙๕ % ต้องลดมากกว่า ๙๕ %

      ๒.๒ ต้องสามารถสะท้อนให้สมาชิกของกลุ่ม เชื่อมโยงเศรษฐกิจเข้ากับเศรษฐกิจโลกเป็น Global Supply Chain 

      ๒.๓ ลดกฎระเบียบการค้าบริการให้มากที่สุด

      ๒.๔ การลงทุนเปิดเสรี อำนวยความสะดวก ต้องทำให้เกิดบรรยากาศ การแข่งขันทางการลงทุน การส่งเสริม และคุ้มครองการเปิดเสรีจะต้องมี Capacity Building ผลักดัน FTAs ที่จะเกิดขึ้นก้าวต่อไปได้ในระดับที่ ใกล้เคียงกัน

      ๒.๕ สิ่งที่จะทำต้องมีประโยชน์ต่อทุกประเทศ (ประเทศกำลังพัฒนาด้วย) เป็นความตกลงรวมกลุ่มทางภูมิภาค เทียบเคียงกับกลุ่มอื่น ๆ ได้ เช่น TPP เป็นต้น

 

(หมายเหตุ กรุณาติดตามตอนที่ ๒ ว่าด้วยท่าทีของไทยต่อความเคลื่อนไหวของ RCEP  พร้อมบทสรุปและที่มาของข้อมูล ในจีนศึกษาฉบับวันอาทิตย์ที่ ๔ ก.พ.๖๑)

 

ประมวลโดย :

พันเอก ไชยสิทธิ์ ตันตยกุล