bg-head-3

บทความ

จีนศึกษา วันพฤหัสบดีที่ ๘ พ.ย.๖๑ : กรณีที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีได้กล่าวปาฐกถา ในที่ประชุม

กรณีที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีได้กล่าวปาฐกถา ในที่ประชุมว่าด้วยการค้าและการลงทุนนานาชาติ ภายในงานมหกรรมสินค้านำเข้านานาชาติจีนครั้งแรก (China International Import Expo : CIIE) ที่มหานครเซี่ยงไฮ้ เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ ๕ พ.ย.๖๑ ซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้

๑. นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาโดยเน้นว่า
        ๑.๑ ปัจจุบัน สถานการณ์การค้าระหว่างประเทศที่นับวันยิ่งเปลี่ยนแปลงนั้น ทำให้การลงทุนในต่างประเทศต้องเผชิญกับปัจจัยที่ไม่แน่นอนมากยิ่งขึ้น ซึ่งอาจจะทำให้นักลงทุนสูญเสียความมั่นใจ ภายใต้สถานการณ์ที่เศรษฐกิจกำลังเผชิญกับความท้าทาย จีนจะผลักดันเศรษฐกิจโลกให้พัฒนาอย่างมีเสถียรภาพอย่างเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ ตลอดจนอัดฉีดพลังขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องให้กับความเจริญรุ่งเรืองของเอเชีย โดยเฉพาะการส่งเสริมโครงการความร่วมมือ "หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง" (Belt and Road Initiative : BRI)
        ๑.๒ เมื่อทั่วโลกเผชิญกับความท้าทายมากมาย ความร่วมมือระหว่างประเทศ จึงย่อมสำคัญยิ่งขึ้น ดังนั้น การเชื่อมต่อกันระหว่างภูมิภาคได้กลายเป็นช่องทางสำคัญที่สุดของความร่วมมือกับโลกภายนอก

๒. เป้าหมายในการเดินทางของรองนายกรัฐมนตรีไทยในครั้งนี้ ได้มีการพบปะผู้บริหารระดับสูงของจีน เพื่อเจรจาการค้า และดึงดูดนักลงทุนให้เข้ามาลงทุนในประเทศไทยโดยเฉพาะโครงการ EEC ของไทย ซึ่งมีความพร้อมที่จะเชื่อมโยงกับเขตสามเหลี่ยมเศรษฐกิจลุ่มแม่น้ำจูเจียง (Pan Pearl River Delta : PPRD) ที่ครอบคลุม ๙ เมืองในมณฑลกวางตุ้ง และฮ่องกง มาเก๊า รวมเป็น ๑๑ เมือง นอกจากนั้น EEC ยังสามารถเชื่อมโยงการพัฒนาเศรษฐกิจกับโครงการ Greater Bay Area (GBA) ซึ่งเป็นข้อริเริ่มของมณฑลกวางตุ้ง ฮ่องกง และมาเก๊าได้อีกด้วย ทั้งนี้ PPRD และ GBA ต่างเป็นส่วนหนึ่งของ BRI

๓. ข้อสังเกต
        ๓.๑ ขณะนี้จีนกับญี่ปุ่น มีนโยบายร่วมมือกันเพื่อลงทุนในประเทศที่สาม โดยมีการประชุมใหญ่ร่วมกันสองประเทศขึ้นเป็นครั้งแรกที่กรุงปักกิ่ง ซึ่งผู้นำทั้งฝ่ายจีนและญี่ปุ่นกล่าวถึงวาระการลงทุนในเขต EEC ในประเทศไทยไว้ด้วย ทั้งนี้ เนื่องจากสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ มีผลทำให้นักลงทุนกำลังลงมาที่กลุ่มอาเซียน เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการกีดกันทางการค้า
        ๓.๒ การจัดงาน CIIE ครั้งนี้ เป็นการแสดงถึงศักยภาพของตลาดจีน เพื่อรับมือกับสงครามการค้าจีน-สหรัฐฯ จึงถือเป็นโอกาสที่ดีของผู้ประกอบการของไทยจะได้เข้าไปทำการค้าร่วมกับจีน ในขณะที่ BOI ของไทยจะได้ไปโรดโชว์โครงการเมกะโปรเจ็กต์สำคัญใน EEC ด้วย

บทสรุป

การเดินทางไปร่วมงาน CIIE ของไทย จะเป็นโอกาสที่ดีในการยกระดับกรอบความร่วมมือด้านเศรษฐกิจไทย-จีน และเป็นช่องทางที่จะนำไปสู่ความร่วมมือด้านอุตสาหกรรม การส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรม new S-curve โดยเฉพาะการลงทุนในโครงการ EEC ของไทย รวมทั้งความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการเงินการค้าในระดับเศรษฐกิจภูมิภาค ทั้งนี้ เนื่องจากจีนเป็นคู่ค้าสำคัญอันดับ ๑ ของไทย และเป็นตลาดส่งออกอันดับ ๓ ด้านการเข้ามาลงทุนในไทย และหากเกิดความร่วมมือกันเกิดขึ้นก็จะทำให้ไทยเป็นฐานสำคัญในการลงทุนของจีนได้ในอนาคต ซึ่งในช่วง ๖ เดือนแรกของปี พ.ศ.๒๕๖๑ การค้าระหว่างไทยกับจีนมีมูลค่า ๓๙,๓๙๕ ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ๑๒.๙๗% โดยสินค้าส่งออกที่สำคัญของไทย ได้แก่ ยางพารา ผลิตภัณฑ์ยาง เม็ดพลาสติก เครื่องคอมพิวเตอร์พร้อมอุปกรณ์และส่วนประกอบ และเคมีภัณฑ์ เป็นต้น

ประมวลโดย : พลตรีไชยสิทธิ์ ตันตยกุล

ข้อมูลจากเว็บไซต์

https://www.bangkokpost.com/news/general/1570454/somkid-talks-up-sino-thai-trade-at-expo 

http://thai.cri.cn/247/2018/11/06/62s273504.htm 

https://www.prachachat.net/politics/news-243800