bg-head-3

บทความ

จีนศึกษา วันอาทิตย์ที่ ๑๓ ต.ค.๖๒ ข้อมูลวิเคราะห์เกี่ยวกับกลไกการขับเคลื่อนการเจรจาหารือระหว่างจีนกับอินเดีย

ซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้

๑. ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน ได้เดินทางไปเยือนอินเดียในระหว่างวันที่ ๑๑ – ๑๒ ต.ค.๖๒ เพื่อเข้าร่วมการประชุมผู้นำจีน-อินเดีย อย่างไม่เป็นทางการ ครั้งที่ ๒ โดยได้พบปะเจรจาหารือกับนายนเรนทรา โมดี (Narendra Modi) นายกรัฐมนตรีอินเดีย ทั้งนี้ คณะเดินทางของฝ่ายจีน ยังมีนายติง ซัวเสียง กรรมการกรมการเมือง คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน เลขาธิการคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน และผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน นายหยาง เจี๋ยฉือ กรรมการกรมการเมือง คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกิจการการต่างประเทศ คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน นายหวัง อี้ มนตรีแห่งรัฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน และนายเหอ ลี่เฟิง รองประธานสภาปรึกษาการเมืองแห่งชาติจีน และผู้อำนวยการคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน

๒. ท่าทีของฝ่ายจีน
        ๒.๑ ตั้งเป้าหมายในการเดินทางไปเยือนอินเดียในครั้งนี้ว่า จะสร้างพลังขับเคลื่อนและความสร้างสรรค์ใหม่ต่อการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับอินเดีย รวมถึงประเทศในภูมิภาคเอเชียใต้ อันจะเป็นการเปิดโอกาสใหม่ในการเพิ่มการเชื่อมต่อภายในภูมิภาค กับความร่วมมือที่มุ่งสู่ความเป็นรูปธรรม โดยการสร้างเวทีใหม่เพื่อกระชับความเชื่อถือต่อกัน และมิตรภาพของประชาชนภายในภูมิภาค รวมทั้งเพิ่มคุณูปการใหม่ต่อการรักษาสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองของภูมิภาคและทั่วโลก
        ๒.๒ มองเห็นความสำคัญของความร่วมมือระหว่างจีน-อินเดีย ซึ่งเป็นประเทศตลาดเกิดใหม่ที่มีประชากรระดับ ๑ พันล้านคน เพียง ๒ ประเทศในโลก โดยสองประเทศต่างอยู่ในช่วงสำคัญของการพัฒนาอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการเดินหน้าหุ้นส่วนการพัฒนาที่แน่นแฟ้น จากการขยายช่องทางความร่วมมือให้มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง และใช้มาตรการสร้างความมั่นใจระหว่างกันให้มากขึ้น รวมถึงร่วมกันรักษาระบบการค้าเสรีและพหุภาคี ตลอดจนคุ้มครองสิทธิประโยชน์ด้านการพัฒนาที่ชอบธรรมของประเทศกำลังพัฒนา

๓. ท่าทีของฝ่ายอินเดีย
        ๓.๑ อินเดียแสดงท่าทีที่ยินดีต่อการเพิ่มการไปมาหาสู่ระหว่างกันระดับผู้นำ โดยใช้มาตรการประสานงานกันมากขึ้น เพื่อจัดการข้อขัดแย้งระหว่างสองประเทศอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ เห็นว่า ทั้งอินเดีย-จีนควรกำหนดแผนงาน ๗๐ ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศในปีหน้า เพื่อเพิ่มการแลกเปลี่ยนด้านบุคคลากรและวัฒนธรรมให้มากขึ้น
        ๓.๒ อินเดียให้ความสำคัญกับโครงการจัดตั้งอาณาจักรอุตสาหกรรมอินเดีย-จีน ณ เขตเมืองอัจฉริยะใหม่ Dholera ในรัฐคุชราตของอินเดีย ซึ่งมีความก้าวหน้ามากขึ้นจากการที่รัฐบาลรัฐคุชราตของอินเดียได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจความร่วมมือกับคณะตัวแทนสมาคมธุรกิจขนาดกลางและเล็กของจีน เมื่อวันที่ ๓๐ ก.ย.๖๒ โดยเน้นที่อุตสาหกรรมด้านเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน เฟอร์นิเจอร์ และยานพาหนะไฟฟ้า เป็นหลัก

๔. รูปธรรมของความร่วมมือระหว่างจีนกับอินเดีย ดังกรณีที่กระทรวงพาณิชย์จีนร่วมกับกระทรวงพาณิชย์และอุตสาหกรรมของอินเดีย จัดพิธีลงนามและงานจับคู่ธุรกิจ สำหรับการค้าจีน-อินเดีย เมื่อวันที่ ๑๐ ต.ค.๖๒ ที่กรุงนิวเดลี โดยมีผู้แทนหน่วยงานรัฐบาล สมาคมอุตสาหกรรม และองค์กรต่าง ๆ กว่า ๑๕๐ คนเข้าร่วม โดยภายในงาน บริษัทของทั้งสองประเทศได้ลงนามข้อตกลงการค้ารวม ๑๒๘ ฉบับ มูลค่ารวมกว่า ๓,๐๐๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงสินค้าประเภทสินแร่ เคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์เกษตร ยา และผลิตภัณฑ์อันโดดเด่นของอินเดีย ภายหลังพิธีลงนาม ผู้ประกอบการจีนยังจับคู่เจรจากับบริษัทอินเดียกว่า ๙๐ แห่งโดยตรง ทั้งนี้ บริษัทสองประเทศได้แสดงความกระตือรือร้นและมั่นใจต่อการเสริมสร้างความร่วมมือทางการค้าในอนาคต

บทสรุป
กลไกการขับเคลื่อนการเจรจาหารือระหว่างจีนกับอินเดีย นอกจากการประชุมระดับผู้นำระหว่างจีน-อินเดียแล้ว ทั้งสองประเทศยังได้มีกลไกการเจรจาเศรษฐกิจและยุทธศาสตร์จีน-อินเดีย (ซึ่งปีนี้ได้จัดการเจรจาครั้งที่ ๖ เมื่อเดือน ก.ย.๖๒ ณ กรุงนิวเดลี โดยได้หารือในประเด็นต่างๆ เช่น สิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐาน เทคโนโลยีระดับสูง การประหยัดพลังงานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เป็นต้น) ตลอดจนการประชุมกลไกแลกเปลี่ยนบุคลากรและวัฒนธรรมระดับสูงระหว่างจีน-อินเดีย (ซึ่งปีนี้ได้จัดการประชุมครั้งที่ ๒ ณ กรุงปักกิ่ง เมื่อเดือน ส.ค.๖๒ โดยทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันลงนามใน “แผนปฏิบัติการแลกเปลี่ยนความร่วมมือระหว่างกระทรวงการต่างประเทศจีนและอินเดีย ปี ๒๐๒๐”) อันทำให้เกิดพลังขับเคลื่อนต่อการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับอินเดียในปัจจุบัน และจะส่งผลดีต่อความร่วมมือระหว่างกันในอนาคต

ประมวลโดย พลตรี ไชยสิทธิ์ ตันตยกุล
ข้อมูลจากเว็บไซต์
https://www.livemint.com/news/india/modi-xi-resolve-to-work-together-to-face-challenge-of-terrorism-foreign-secy-11570820041136.html  

http://thai.cri.cn/20191011/fd61ffb8-da22-7b13-5c09-1064ec60a2f8.html

http://thai.cri.cn/20191010/7b4823b1-26ad-4d0a-f39f-163eab94f090.html  

http://thai.cri.cn/20190910/e7e6386d-2e87-dfdc-71d4-bc6fec63bae4.html

http://thai.cri.cn/20190813/65e0834c-ab8b-b373-6233-af647b042a5d.html  

http://thai.cri.cn/20190614/b76f3dac-dc82-2a36-fd09-1c74dbb925fb.html  

http://thai.cri.cn/20190614/6cdd252e-a8ee-721b-df9c-b5a631184df6.html  

http://thai.cri.cn/20191005/6b50dd7f-cbef-1ec4-87c1-5a2259dc8759.html  

http://thai.cri.cn/20191011/785965fe-f013-c321-2697-305eaff6e82e.html